|
Birth of Human
กำเนิดมนุษย์
หลังจากที่มหาเทพซีอุส ปราบปรามศึกเทพไตตันและศึกยักษ์ร้ายจนสงบราบคาบแล้ว ก็ทรงครองสวรรค์บนยอดเขาโอลิมปัสอย่าง
เป็นสุขสืบมา นานๆเข้า ทรงเบื่อ จึงคิดหาของเล่นแก้เบื่อ ด้วยการมีบัญชาให้โปรมีธิอุส และ เอปิมีธิอุส เทพ 2 พี่น้องให้สร้างสัตว์
โลก โปรมีธิอุสและเอปิมีธิอุส มีศักดิ์เป็นลูกผู้พี่ของมหาเทพซีอุส พอรับบัญชา เอปิมีธิอุส ก็จัดแจงหยิบดินมาปั้นและเสกพรวดๆ
กลายเป็นสิงสาราสัตว์น้อยใหญ่ พร้อมทั้งประสิทธิ์ประสาทคุณลักษณะต่างๆ เช่น ความแข็งแรง ความีพละกำลัง ให้แก่สัตว์นานา
ชนิด
หลังจากสร้างสรรพสัตว์ต่างๆ เอปิมีธิอุสค่อยมาคิดได้ว่าไม่เหลือคุณลักษณะอะไรดีๆไว้ให้กับมนุษย์ที่ตนกับพี่ชายกำลังจะ
สร้างบ้างเลย เอปิมีธิอุสจึงปรึกษาโปรมิธิอุสว่า ควรจะทำอย่างไรดี โปรมีธิอุส ก็รับจะแก้ไขเอง แล้วเอาก้อนดินมาปั้นเป็นรูปมนุษย์
ด้วยลักษณะเหมือนกับทวยเทพทุกอย่าง และประสิทธิ์ประสาทความมีสติปัญญามากกว่าสัตว์ทุกชนิดให้
หลังจากสร้างมนุษย์ (โปรมีธิอุส สร้างแต่มนุษย์ผู้ชาย) แล้วโปรมิธิอุสก็เหาะขึ้นไปบนสวรรค์ เอาคบจ่อกับดวงตะวัน ให้ติดไฟ แล้วนำกลับมามอบให้
มนุษย์ และไฟได้สร้างประโยชน์ให้แก่มนุษย์อย่างมหาศาส อย่างไรก็ตามมนุษย์ในยุคแรกนี้ เรียกว่ายุคทองคำ คือ มนุษย์ทุกคนต่าง
เป็นคนดีมีศีลธรรม และมีความสุขสบาย เพราะมีฤดูใบไม้ผลิตลอดเวลา
ต่อมามหาเทพซีอุสได้บันดาลให้มีฤดูกาลต่างๆ ทำให้
มนุษย์ต้องผจญกับความแปรปรวน จึงจำเป็นต้องอยู่ในที่กำบังอย่างในถ้ำ พืชพันธุ์ธัญญาหารที่เคยขึ้นได้เองก็หยุดงอก มนุษย์จึง
ต้องเพาะปลูกจึงจะมีอาหารกิน เรียกยุคนี้ว่า ยุคเงิน เมื่อมนุษย์ผจญกับความยากลำบากต่างๆ ทำให้เริ่มไม่ใส่ใจต่อการบวงสรวง
บูชาเทพเจ้า และเกิดปัญหาพิพาทระหว่างทวยเทพกับมนุษย์ โปรมีธิอุสอาสาสเป็นผู้ไกล่เกลี่ยเรื่องพิพาทนี้ แต่ก็เข้าข้างมนุษย์ ช่วย
ทำกลอุบายหลอกลวงมหาเทพซีอุส ด้วยการแบ่งวัว เครื่องสังเวย เป็น 2 ส่วน เอาส่วนที่กินได้ซ่อนไว้ในห่อหนัง แล้วเอาพังผืดเส้น
เอ็นคลุมทับเป็นส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเอากระดูกมากองรวมแล้วคลุมทับด้วยส่วนที่คล้ายมันเพื่อให้น่าดู จากนั้นนำถวายมหาเทพ
ซีอุสก็ทรงเลือกเอาส่วนี่น่าดู พอเปิดออกก็เห็นแต่กองกระดู ก็พิโรธ จึงริบไฟของมนุษย์เป็นการลงโทษ แต่โปรมีธิอุสขโมยเอาไฟ
มาให้มนุษย์อีก ทำให้มหาเทพซีอุสพิโรธหนักขึ้น สั่งลงโทษโปรมิธิอุสอย่างรุนแรง โดยจับล่ามโซ่ตรวนติดกับชะง่อนผาบนยอด
เขาโคเคซัส ตอนกลางวันให้พญาเหยี่ยวมาไซ้ตับกินทีละน้อย ตอนกลางคืนให้ตับกลับงอกมาใหม่ วนเวียนกันไปเช่นนี้(ภายหลัง
เฮอร์คิวลิส ฆ่าเหยี่ยวและช่วยโปรมีธิอุสเป็นอิสระ)
เพื่อเป็นการลงโทษมนุษย์ มหาเทพซีอุสจึงให้ทวยเทพช่วยกันเนรมิตมนุษย์
ผู้หญิงมาคนหนึ่ง ชื่อ แพนโดรา มหาเทพซีอุสได้มอบหีบใบหนึ่งให้แก่นาง พร้อมกับกำชับว่าห้ามเปิดเด็ดขาด ด้วยทรงรู้ว่า มนุษย์
ผู้หญิงมีความอยากรู้อยากเห็น แล้วให้เฮอร์มีสพานางไปโลกมนุษย์ และมอบให้แก่เอปิมีธิอุส อยู่ด้วยกันจนมีลูกชายบ้าง หญิงบ้าง
และมีหลานสืบต่อมา มนุษย์ผู้หญิงจึงเกิดขึ้นประดับโลกด้วยเหตุนี้ อยู่ต่อมา นางแพนโดราเกิดอยากรู้ว่า หีบที่มหาเทพซีอุสให้มา
นั้นมีอะไร จึงเปิดหีบออกดู ความชั่วร้ายต่างๆ เช่น โรคภัยไข้เจ็บ ความตาย ความเกลียดชัง ความแค้น ต่างโบยบินจากหีบไปใน
อากาศ นางตกใจรีบปิด จึงเหลือสิ่งหนี่งที่ยังอยู่ในหีบคือ ความหวัง ที่ทวยเทพได้บรรจุด้วยความสมเพช มนุษย์จึงถูกความชั่วร้าย
สิงสู่ มีจิตใจและความประพฤติเลวทรามลง ในตำนานเรียกว่ายุค ทองเหลืองหรือ สัมฤทธิ์ ต่อจากยุคดังกล่าว ก็มาถึงยุคเหล็ก ซึ่ง
มนุษย์มีจิตใจและการกระทำเลวทรามมาก จนเหล่าทวยเทพที่เคยลงมาอยู่ในโลกมนุษย์ทนไม่ได้ ต้องพากันหลีกลี้หนีไปทีละองค์
มหาเทพซีอุสเห็นมนุษย์ประพฤติตัวลามก ทำบาปหยาบช้า ก็พิโรธยิ่ง ตั้งใจจะลงโทษมนุษย์ให้หมดสิ้น จึงเรียกประชุมเทวสภา
โดยมีแผนการทำให้น้ำท่วมโลก น้ำได้ท่วมทุกที่ทางยกเว้นแต่ยอดเขาพาร์นาซัส บนยอดเขานี้ มีสามีภรรยาคู่หนึ่งหนีขึ้นไป สามี
ชื่อ ดิวเคเลียน เป็นบุตรของโปรมีธิอุส ส่วนภรรยาชื่อ ไพราห์ เป็นธิดาของเอปิมีธิอุสกับนางแพนโดรา ทั้งสองเป็นคนดีมีศีลธรรม
มหาเทพซีอุสทรงเห็น จึงมีเทวโองการให้ฝนหยุดตก น้ำทะเลถอยกลับ(เป็นวิธีล้างโลกที่ทรงกระทำ) พอน้ำลดทั้งสองก็ลงจากเขา
เห็นทุกอย่างเหลือแต่ซาก จึงชวนกันไปเสี่ยงทายคำแนะนำจากเทพเจ้าที่วิหารเดลฟี ซึ่งเป็นที่เดียวที่ไม่ถูกโค่นล้ม เทพเจ้าก็ให้คำ
แนะนำที่ดิวเคเลียนแปลความหมายได้ว่า ให้ใช้ก้อนหินโยนลงเบื้องหลัง ทั้งสองจึงทำตาม โดยเก็บก้อนหินโยนไปข้าหลัง ก้อนหิน
ที่ดิวเคเลียนโยนลงไปได้กลายเป็นมนุษย์ผู้ชาย ส่วนก้อนหินที่นางไพราห์โยน ก็กลายเป็นมนุษย์ผู้หญิง มนุษย์จึงได้เกิดขึ้นมาใหม่
|