![]() |
|
![]() |
ซามูไร(Samurai) หมายความว่า ผู้รับใช้ ดาบที่อยู่ในญี่ปุ่นมักไม่เรียกว่า ดาบซามูไร คนต่างประเทศเท่านั้นที่จะเรียกดาบญี่ปุ่นว่า ดาบซามูไร ซามูไร เป็นชื่อเรียก ของ นักรบ หรือเรียกง่ายๆ แบบของยุโรบว่า อัศวินลัทธิ "บูชิโด" |
![]() ![]() ![]() |
ญี่ปุ่นในสมัยก่อน ลัทธิศาสนาได้ถูกริดรอนเสรีภาพและถูกห้ามแพร่หลาย ยกเว้นลัทธิขงจื๊อเพราะเป็นลัทธิที่เกื้อหนุนต่อการปกครองแบบทหาร ซึ่งเป็นยุคที่เกิดพวกนักรบหรือซามูไร (Samurai) และมีสำนักสำหรับฝึกซามูไรหลายแห่ง ประกอบกับได้มีผู้นำคนสำคัญคนหนึ่งคือ ยามากะ โซโก (Yamaga Soko - ค.ศ. 1622 - 1685) ได้นำแนวคิดแบบชินโตกับขงจื๊อมาประสานกัน ซึ่งนำไปสู่การสร้างลัทธิบูชิโด (Bushido) ลัทธิบูชิโด คือ ลัทธิที่ยอมรับและยกย่องวิถีแห่งคนกล้า ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกว่า"ซามูไร" (Samurai) คำว่า "บูชิโด" ได้แปลว่า "หนทางของอัศวินนักต่อสู้" (the way of the fighting knight) ซึ่งเราอาจแปลได้อีกอย่างหนึ่งว่า "มรรควิธีที่จะนำไปสู่ความเป็นซามูไร" ลัทธิ "บูชิโด" สอนให้เหล่าซามูไรยึดมั่นในความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และจงรักภักดีต่อเจ้านายของตน ซามูไรถือว่าความตายเป็นเรื่องเล็กน้อย ปรัชญาแห่งบูชิโดกล่าวไว้ว่า "ความตายเป็นสิ่งเบาบางยิ่งกว่าขนนก" ว่ากันว่าดาบซามูไรนั้น คมมากดาบสามารถฟันคอขาดได้เพียงครั้งเดียว บาดแผลที่ได้รับจากดาบจะเจ็บปวดมาก ซามูไรยังต้องเรียนรู้การใช้ ดาบอย่างช่ำชองว่องไวและคล่องแคล่ว ให้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย จากความสามารถนี้เองทำให้ซามูไรเพียงคนเดียวสามารถสังหารศัตรูที่รายล้อมตนกว่าสิบคนได้ภายในชั่วพริบตาด้วยดาบเพียงเล่มเดียว แต่ประเพณีการต่อสู้ของชนชั้นซามูไรคือการต่อสู้ "ตัวต่อตัวอย่างมีมารยาทด้วยดาบ" ผู้แพ้ที่ยังมีชีวิตอยู่คือผู้ที่ไร้เกียรติ ซามูไรจึงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ การฆ่าตัวตายอย่างสมเกียรติด้วยการทำ "เซปปุกุ หรือ ฮาราคิรี" "Hagakure Kikigaki" คือ หนังสือที่สอนเกี่ยวกับ "Bushido" (Samurai's way) มีทั้งหมด 11ฉบับ ที่เขียนเสร็จในปีค.ศ. 1716 โดย Tsunetomo Yamamoto ผู้เป็นทั้งนักรบและบัณฑิต Hagukure รู้จักกันในชื่ออื่นๆคือ Hagakure kikigaki, Hagakure rongo, Nabeshima rongo, Way of samurai ประโยคที่เป็นที่นิยมก็ คือ "Bushido is a way of dying" บูชิโดคือหนทางแห่งความตาย หรือ "The Way of the Samurai is found in death." หนทางแห่งซามูไรค้นพบในความตาย ที่กลายเป็นประโยคเด็ดตามภาพยนตร์ทั่วไปว่า "ซามูไรย่อมแสวงหาที่ตาย" (ที่ตาย ไม่ใช่ ความตาย) Tsunetomo เป็น หลานชายของ Kiyoakira Nakano ผู้นำของตระกูล Nakano (ตอนเหนือของคิวชู) นากาโนะ ขึ้นชื่อเรื่องนักดาบ เมื่อสึเนะโตะโมะเรียนหนังสือ พ่อของเขากล่าวว่า "Reading books is the work of Imperial Court, but the work of the House of Nakano is found in military valor, grasping the staff of oak." |
![]() |
การตายที่มีเกียรติของซามูไรญี่ปุ่นคือ การทำฮาระคิริ (Harakiri) หรือเซ็ปปุกุ (Seppuku) หรือการคว้านท้อง การตายแบบนี้ต้องใช้พลังจิต และความอดทนอย่างสูงที่จะต้องเผชิญกับความเจ็บปวด ซึ่งมาจากการใช้มีดสั้นแทงที่หน้าท้องใต้เอวขวา แล้วกรีดมาทางซ้ายจากนั้นดึงมีดขึ้นข้างบน การคว้านท้องเช่นนี้ เป็นการเปิดเยื่อบุช่องท้องแล้วตัดลำไส้ให้ขาด การตายด้วยวิธีนี้นอกจากเป็นการตายอย่างมีเกียรติแล้ว ยังเป็นการแสดงความกล้าหาญและพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการบังคับจิตใจของตนเอง... |
![]() ![]() ![]() ![]() ![]() |
ดาบมีหลายแบบและหลายประเภท แต่สามารถแบ่งชนิดหลักๆ ออกได้ 3 ชนิดดังนี้ 1ดาบยาว (Long Sword) 1.1. "ตาชิ" (Tachi) ดาบยาวของทหารม้า มีความโค้งของใบดาบมาก ใช้ฟันจากหลังม้า มีความยาวของใบดาบมากกว่า ๗๐ เซนติเมตร 1.2. "คาตานะ" (Katana) ดาบที่มาแทนที่ดาบตาชิของทหารม้า ตั้งแต่กลางสมัยมุโรมาชิ (ราว พ.ศ. ๒๐๐๐) สามารถใช้ต่อสู้บนพื้นดินได้คล่องตัวกว่า เพราะมีความโค้งน้อยควบคุมได้ง่าย ความยาวใบดาบโดยประมาณ ๖๐.๖ เซนติเมตรขึ้นไปถึง ๗๐ เซนติเมตร 2ดาบขนาดกลาง (Medium Sword) 2.1 "วากิซาชิ" (Wakizashi) ดาบที่ใช้พกพาคู่กับดาบคาตานะของซามูไร ใบดาบมีความยาวตั้งแต่ ๑๒ นิ้วถึง ๒๔ นิ้ว ดาบที่ซามูไรใช้สำหรับทำ "เซปปุกุ" เมื่อยามจำเป็น และเป็นดาบที่ซามูไรสามารถนำติดตัวเข้าเคหสถานของผู้อื่นกรณีเป็นผู้มาเยือนได้โดยไม่ต้องฝากไว้กับคนรับใช้ ตามปกติซามูไรจะพกดาบสองเล่ม และโดยธรรมเนียมห้ามพกดาบยาวเข้ามาในบ้านของผู้อื่น ต้องฝากไว้หน้าบ้านเท่านั้น 3ดาบขนาดสั้น (Short Sword) 3.1. "ตันโตะ" (Tanto) มีลักษณะคล้ายมีดสั้น ความยาวน้อยกว่าดาบวากิซาชิ 3.2. "ไอกุชิ" (Aikuchi) คล้ายมีดไม่มีที่กั้นมือ ใช้สำหรับพกในเสื้อ เหมาะกับสตรี ซามูไรจะพก แค่สองดาบเท่านัน(สั้นและกลาง) ทำไมถึงต้องพก สองดาบ ตามปกติแล้ว ดาบยาวมักจะเป็นดาบประจำตำแหน่งที่ได้แล้ว และดาบสั้น(กลาง) คือดาบประจำตระกุล (อ้างอิงจากตระกุลกั๊กเอง) ตระกุลขุนนางชั้นสูงมักจะ สลักรูปลายประจำตระกุลหรืสัตร์ต่างๆเอาไว้ในดาบสั้น(กลาง) ส่วนดาบยาวไม่มีอะไรเลยนอกจากความคม ความงามของดาบซามูไร ตลอดทั้งตัวดาบหากสังเกตจะเห็นว่าดาบนั้นมีความงดงามมาก งามตามธรรมชาติทั้งๆ ที่ไม่มีเครื่องประดับใดๆ จุดเด่นคงอยู่ที่ลักษณะใบดาบที่โค้งได้รูป ถือเป็นการออกแบบที่สุดยอด ลวดลายน้ำบนใบดาบเรียกว่า "ฮามอน" ถูกประดิษฐ์ขึ้นมากว่าพันปีโดย "อามากุนิ" ไม่เป็นเพียงลวดลายที่งดงามอย่างเดียว แต่เป็นความลับของคมดาบด้วย ในส่วนของที่กั้นมือเรียกว่า "Tsuba" (Handguard) มักทำจากเหล็ก ทองเหลือง ทองแดง หรือเงิน เป็นงานฝีมือชั้นเยี่ยม มีการทำลวดลายต่อเนื่องทั้งสองด้านมาตั้งแต่โบราณ มีมากมายหลายแบบจนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว (ยกเว้นของดาบทหารที่มีลวดลายเดียวเฉพาะเท่านั้น) ส่วนด้ามจับที่ทำด้วยไม้ หุ้มทับด้วยหนังปลากระเบนและผ้าไหม พับเว้นช่องเป็นรูปข้าวหลามตัด คือเอกลักษณ์ของดาบที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เรื่องราวของดาบละเอียดอ่อนมาก ในญี่ปุ่น โบราณจะแบ่งชนชั้น คราวๆได้ ชาวนา ซามูไร ขุนนาง (ส่วนมากซามูไรกับขุนนาจะเป็นชนชั้นเดียวกัน) ซามูไรยึดมั่นในศักดิ์ศรีมาก การทำเซปปุกุ หรือฮาราคิลี(การคว้านท้องแล้วให้คนอื่นตัดหัวเพื่อไม่ทรมาน) ถือเป็นความสูงสุดของซามูไร ว่ากันว่าดาบซามูไรสามารถฟันเกราะ เหล็กของโนบุนากะทีทำมาเพื่อป้องกันกระสุนปืน ให้ขาดได้ การใช้ดาบซามูไรนั้นมีอยู่หลายวิธีแล้วแต่สำนักและวิชา แต่วิชาดาบส่วนมากที่ใช้กับดาบซามูไร จะมีอยู่ไม่กี่วิชา เช่น อิไอ อิไอ เป็นการ ซักดาบในดาบเดียว (ซักดาบด้วยความเร็วสูง) หนังที่เห็นในหนัง คน สองคน .. วิ่งผ่านกัน... ซักดาบ... เก็บดาบ.. อีกฝ่ายตาย นักดาบที่เก่งๆในสมัยก่อนนั่น สามารถสังหาร อีกฝ่ายด้วยการซักดาบเพียงครั้งเดียว โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทราบว่าซักดาบไปแล้วด้วยซ้ำ ในอดีตผู้ที่ทำได้มีเยอะมาก เช่น ซาซากิ โคอิจิโร่ มุซาชิ เรียวมะ(ถึงแม้จะไม่เคยฆ่าใครก้เถอะแต่ถือว่าเป็นผู้มีฝีมือในเชิงดาบชั้นสูงเช่นกัน) และอีกหลายๆท่าน ปัจจุบัน ผู้ทีทำได้ ขนาดนี้ มีน้อยนับคนได้แล้ว |
